

การมีระบบบริหารธุรกิจครอบครัวที่เป็นมืออาชีพต้องแยกบ้านออกจากงานให้ชัดเจน เพื่อโอกาสเติบโตสู่ธุรกิจขนาดใหญ่มากขึ้น แบ่งสัดส่วนงานและเงินได้อย่างมีคุณภาพ
ธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากการใช้บ้าน อาคารพาณิชย์ เป็นสถานที่ประกอบการ แต่เมื่อธุรกิจเริ่มโต การมองหาโรงงานขนาดเล็ก หรือคลังสินค้าที่ใหญ่ขึ้นจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำ ระบบบริหารธุรกิจครอบครัวที่ดีจึงต้องแยก “บ้าน” ออกจาก “งาน” ให้ชัดเจน เพื่อสร้างระบบที่ถูกต้อง ดูแลสัดส่วนงานและเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เสี่ยงต่อการขาดทุนหรือมีต้นทุนแฝงจนเกินงบ หากคุณคือเจ้าของกิจการรุ่นใหม่ หรือ อยู่ในกลุ่มรับช่วงต่อธุรกิจครอบครัวรุ่น 2 มาค้นหาแนวทางนี้ไปด้วยกันเลย
1. มีพื้นที่ทำงานใหม่ที่ไม่ใช่บ้าน
คำว่า “ไม่ใช่บ้าน” ไม่ได้หมายถึงห้ามนำบ้านมาเป็นออฟฟิศ แต่ควรมีการแยกพื้นที่สัดส่วนออกชัดเจน เช่น ทำห้องเฉพาะสำหรับบริหารงาน จัดเก็บเอกสาร แบ่งพื้นที่สต๊อกสินค้า พื้นที่แพ็กสินค้า เพื่อให้การทำงานคล่องตัวและมีแบบแผนมากขึ้น ทั้งนี้หากคุณมีเงินทุนในระดับหนึ่ง การมีโกดังพร้อมออฟฟิศก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมาก
2. แบ่งความรับผิดชอบและหน้าที่การทำงานให้ชัดเจน
กรณียังเป็นการทำธุรกิจครอบครัวโดยอาศัยคนในครอบครัวเป็นหลัก ต้องบริหารให้เหมือนกับการบริษัททั่วไป นั่นคือแต่ละคนมีตำแหน่ง หน้าที่ความรับผิดชอบ มีการจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างอย่างเหมาะสม เช่น ฝ่ายขาย ฝ่ายบัญชี ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายสต๊อก ฯลฯ เมื่อคนทำงานรู้หน้าที่ย่อมส่งผลให้ธุรกิจเติบโตได้มากขึ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว

3. นำระบบบริหารหรือเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วย
การจะพัฒนาธุรกิจให้เติบโตในยุคนี้เจ้าของกิจการรุ่นใหม่ต้องนำระบบหรือเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะระบบ ERP ซึ่งเป็นระบบซอฟต์แวร์สำหรับวางแผนและบริหารจัดการทรัพยากรทางธุรกิจโดยรวบรวมข้อมูลและกระบวนการทำงานของทุกแผนก เช่น ฝ่ายบัญชี การเงิน ฝ่ายผลิต คลังสินค้า ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่าย HR ฝ่ายขนส่ง ฯลฯ ให้อยู่บนฐานข้อมูลเดียวกัน และสามารถทำงานเชื่อมโยงกันได้แบบเรียลไทม์
4. มีการสร้าง SOP ที่ชัดเจน
SOP หรือ Standard Operating Procedure คือ การสร้างขั้นตอนการทำงานให้ตรงตามมาตรฐานที่คาดหวัง เปรียบเสมือนคู่มือที่ให้พนักงานทุกคนในองค์กรรับทราบและยึดปฏิบัติตามหลักเดียวกันทั้งหมด ลดข้อผิดพลาด ควบคุมคุณภาพการทำงาน และยังเป็นประโยชน์กรณีมีพนักงานใหม่เข้ามาเพิ่มเติมอีกด้วย
หากคุณคือผู้นำธุรกิจครอบครัวรุ่น 2 หรือ เป็นทายาทธุรกิจ SME หากมองเห็นช่องทางที่จะทำให้ธุรกิจครอบครัวโตขึ้น การแยก “บ้าน” ออกจาก “งาน” เป็นสิ่งที่ควรทำ พร้อมวางแบบแผน ระบบบริหารธุรกิจครอบครัวอย่างมืออาชีพ เพื่อต่อยอดสู่การเป็นธุรกิจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังเพิ่มโอกาสการเติบโตในอนาคตมากกว่าเดิม
A: หากธุรกิจครอบครัวของคุณขยายมากขึ้น การแยกพื้นที่ทำงานออกจากบ้าน หรือมีการใช้โรงงานพร้อมออฟฟิศจะช่วยสร้างมาตรฐานและบริหารจัดการงานได้อย่างมืออาชีพมากขึ้น
A: ระบบ ERP หรือ Enterprise Resource Planning จะช่วยให้การบริหารธุรกิจทุกขนาดมีประสิทธิภาพ ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง เข้าใจ เชื่อมต่อถึงการแบบ Realtime ลดข้อผิดพลาดได้ดี
A: โรงงานพร้อมออฟฟิศ เหมาะสำหรับการใช้เป็นฐานเพื่อขยายธุรกิจครอบครัวให้เติบโตมากขึ้น เพราะมีทั้งพื้นที่เพื่อการผลิต คลังสินค้า และออฟฟิศสำนักงานครบครัน